1.วัยผู้ใหญ่ (26 – 50 ปี) เมื่ออายุ 30 ปี การสะสมแคลเซียมในร่างกายจะหมดไป ขณะที่การสลายตัวของกระดูกกลับเพิ่มสูงขึ้นตามอายุ โดยเฉพาะเพศหญิง พบว่าเริ่มเกิดปัญหาโรคกระดูกตั้งแต่อายุ 40 ซึ่งเร็วกว่าเพศชายถึง 20 ปี เพราะการดูดซึมแคลเซียมได้น้อยกว่าเพศชาย ทำให้การสะสมแคลเซียมน้อยตามไปด้วย แคลเซียมที่สะสมอยู่ในกระดูกจึงถูกดึงออกมาใช้ จนเกิดปัญหาโรคกระดูกสูงกว่าเพศชาย
2.วัยสูงอายุ (51 ปีขึ้นไป) เป็นวัยที่ประสิทธิภาพการดูดซึมแคลเซียมต่ำ ทำให้มีโอกาสสูญเสียแคลเซียมออกจากกระดูก โดยเฉพาะหญิงวัยหมดประจำเดือน เพราะฮอร์โมนเอสโตรเจนและการสร้างวิตามินดีลดลง บางรายอาจกระดูกหักได้เพราะแบกรับน้ำหนักตัวไม่ไหว โดยเฉพาะ กระดูกสันหลัง กระดูกต้นขาและแขน โดยโรคดังกล่าวจะไม่แสดงอาการใดๆเลย จนกว่าจะมีอาการกระดูกหัก
3.สตรีมีครรภ์/สตรีให้นมบุตร แม่จะต้องถ่ายทอดแคลเซียมสู่ลูก เพื่อการพัฒนาโครงสร้างร่างกายของทารกในครรภ์ การได้รับแคลเซียมไม่เพียงพอจะเกิดผลเสียทั้งแม่และลูก เช่น แม่มักจะมีอาการปวดกล้ามเนื้อโดยเฉพาะน่อง, ปวดเหงือกและฟัน จากการศึกษาพบว่า สตรีมีครรภ์เป็นตะคริวถึง 26.8% มักเริ่มมีอาการตั้งแต่อายุครรภ์ได้ 25 สัปดาห์
4.ผู้ที่สูบบุหรี่/ดื่มแอลกอฮอล์ ชา กาแฟ เพราะสารนิโคติน, แอลกอฮอล์, คาเฟอีน จะกระตุ้นให้เกิดการหลั่ง Adrenaline ซึ่งทำให้เกิดการย่อยสลายกระดูกมากขึ้น
5.ผู้ที่ผอมบางกระดูกเล็ก มักจะมีการสะสมแคลเซียมในกระดูกไว้ในปริมาณน้อย
6.ผู้ที่ทานอาหารไม่ครบ 5 หมู่ หรือนักมังสวิรัติ ทำให้โอกาสได้รับแคลเซียมที่เพียงพอต่อวันมีน้อย
7.ผู้ที่แพ้นม เพราะนมเป็นแหล่งที่อุดมไปด้วยแคลเซียม
8.ผู้ที่มีปัญหาต่อมไร้ท่อ ทำให้มีการดึงแคลเซียมออกจากกระดูกมากกว่าคนปกติ
9.ผู้ที่มีประวัติครอบครัวเป็นโรคกระดูกพรุน